สระแก้ว-รองอธิบดีกรมชลประทานฝ่ายวิชาการ พบผู้ว่าฯ สระแก้ว ร่วมติดตามการซ่อมแซมอ่างห้วยยางอย่างใกล้ชิด

สระแก้ว-รองอธิบดีกรมชลประทานฝ่ายวิชาการ พบผู้ว่าฯ สระแก้ว ร่วมติดตามการซ่อมแซมอ่างห้วยยางอย่างใกล้ชิด

 


*****เช้า วันนี้ณ อ่างห้วยยาง ต.ทัพราช อ.ตาพระยา นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน และนายณัฐวุฒิ สร้อยประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสระแก้ว นายวินัย โตเจริญ นายอำเภอตาพระยา นายพรพงษ์ เสาวคนธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทัพราช กำนันตำบลทัพราช ร่วมลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมจุดที่เกิดน้ำรอดใต้ฐานของเขื่อนห้วยยาง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทั้งนี้ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข ซึ่งได้เตรียมดำเนินการอุดรอยรั่วใต้ฐานเขื่อนภายในวันพรุ่งนี้(25 ตุลาคม 2563) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเขื่อน และผู้เชี่ยวชาญด้านปฐพีกลศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนดูแลอย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและความมั่นคงของตัวเขื่อนแต่อย่างใด


*****นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ภายหลังอ่างห้วยยาง ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เกิดการรั่วซึมและมีน้ำไหลทะลักออกกลางสันอ่างตลอดเวลา ภายหลังเกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่เหนืออ่าง ช่วงวันที่ 7-21 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างจนเกือบเต็มอ่างที่ระดับ 89 %ของความจุอ่าง จากเดิมแต่ละปีอ่างห้วยยางจะมีน้ำอยู่เพียง 10-40 % เท่านั้น ซึ่งตั้งแต่สร้างอ่างเสร็จเมื่อปี 2537 มีน้ำเต็มอ่างเพียง 3-4 ครั้งเท่านั้น ทำให้กรมชลประทานต้องทำหนังสือด่วนแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้มีการแจ้งเตือนการปล่อยน้ำเพื่อแก้ปัญหาการรั่วไหลดังกล่าว โดยนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเขื่อน พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ สร้อยประเสริฐ ผอ.โครงการชลประทานสระแก้ว ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณแนวสันเขื่อนห้วยยาง ภายหลังมีการวางกระสอบทรายทำจุดรับน้ำ ที่บริเวณหลังแนวสันเขื่อนและทำท่อระบายน้ำออกเพื่อลดการกัดเซาะ รวมทั้งนำดินเข้าไปถมบริเวณด้านหน้าแนวสันเขื่อนจุดที่พบรอยรั่วยาวประมาณ 50 เมตร แต่ก็จะใช้เครื่องมือหยุดการรั่วของน้ำได้ก็ต้องระบายน้ำออกวันละ 8 แสนถึง 1 ล้าน ลบ.ม คาดว่าประมาณ 10 วันคงแล้วเสร็จ


*****นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังตรวจพบว่ามีน้ำรั่วซึมออกจากท้ายเขื่อนห้วยยาง จึงได้สั่งการให้นำเครื่องจักร เครื่องมือและเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเขื่อน ลงพื้นที่ไปซ่อมแซมจุดที่มีการรั่วซึมอย่างเร่งด่วน โดยขั้นแรกสันนิษฐานไว้ 2 แนวทางคือ น้ำซึมลอดจากหน้าเขื่อนผ่านตัวเขื่อน และน้ำซึมลอดผ่านฐานรากเขื่อนไป ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยการถมอัดดินไปด้านหน้าเพื่อปิดรอยรั่ว ที่เกิดจากจุดบกพร่องของตัวเขื่อนที่มีน้ำลอด ซึ่งสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น มีน้ำไหลลอดเหมือนเดิม จึงสั่งการให้มีการนำเครื่องมือทางธรณีฟิสิกส์หรือเครื่องเอกซเรย์ มาติดตั้งวัดความต้านทานกระแสไฟฟ้าตัวเขื่อนที่สามารถหาจุดที่น้ำไหลผ่านได้ชัดเจน เมื่อรู้สาเหตุแล้ว จะได้วางแผนการซ่อม หากน้ำไหลลอดจากตัวเขื่อนอาจจะต้องมีการเกาว์ปิดช่องว่างที่น้ำลอด แต่ถ้าเป็นการรั่วจากใต้ฐานเขื่อนก็ต้องปูพื้นให้ยืดออกไปเพื่อปิดฐานรากให้ยืดออกไป ขณะนี้เราจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากตัวอ่างเพื่อลดแรงดันน้ำในเขื่อน ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ระบายออกวันละ 8 แสนถึง 1 ล้าน ลบ.ม.โดยมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วแล้วว่า จะมีการระบายน้ำออกให้ติดตามดูว่ามีจุดไหนได้รับผลกระทบบ้างและให้ชลประทานสระแก้ววิ่งตรวจสอบด้วยหากกระทบจะแก้ไขอย่างไรจะได้ประสานกับทางจังหวัดอีกครั้ง และตอนนี้ได้สั่งการให้วางท่อระบายน้ำแบบการักน้ำเพิ่มเพื่อให้ระบายน้ำได้เพิ่มอีกวัน 8 แสน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำที่ระบายออกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำจะลดเหลือเพียง 50% หรือระบายออกประมาณ 10 ล้าน ลบ.ม.


*****อย่างไรก็ตาม สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านโคกกราด ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2537 สามารถเก็บกักน้ำได้ 60 ล้าน ลบ.ม. และส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานกว่า 40,000 ไร่ โดยล่าสุด พื้นที่ท้ายอ่างยังไม่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากตัวอ่างฯ ผ่านทางคลองส่งน้ำทั้งฝั่งซ้าย ฝั่งขวาและคลองห้วยยาง เพื่อลดระดับน้ำในอ่างฯดังกล่าว โคกมะกอก บ้านโคกแจง ตำบลทัพราช ตำบลทัพไทย ตำบลทัพเสด็จ อำเภอตาพระยา จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นดังกล่าว


***ภาพ/วีระยุทธ สารการ/ข่าว สมศักดิ์ สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

Related posts